โรคร้ายที่มากับแอร์รถยนต์ที่ไม่สะอาด

เชื่อว่าทุกคนในที่นี้ เวลาขับขี่รถยนต์ก็ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศกันทุกคน เพื่อให้หายใจสะดวก อากาศถ่ายเทมากขึ้น ยิ่งอากาศบ้านเราที่ร้อนอบอ้าวด้วยแล้ว การใช้แอร์รถยนต์เพื่อระบายความร้อนจึงมีความจำเป็นอย่างมาก แต่ทว่า…การเปิดใช้งานบ่อยๆและหนักหน่วง ย่อมทำให้แอร์รถยนต์สกปรก จากการสะสมฝุ่นละออง เชื้อโรคและแบคทีเรีย รวมถึงการที่แอร์เป็นเครื่องปรับอากาสที่มีความชื้นสูง จึงเกิดเชื้อราได้ง่าย เมื่อคุณใช้แอร์รถยนต์ทุกวัน หากไม่ดูแลรักษาความสะอาดให้ดี ย่อมเกิดโรคภัยต่างๆขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น…

โรคภูมิแพ้ / โรคเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจ

เกิดจากฝุ่นละอองที่เกาะอยู่ตามคอล์ยเย็นในตู้แอร์ เพราะทุกครั้งที่เปิดแอร์ ลมแอร์จะพัดเอาฝุ่นเล็กๆเข้ามาในตัวรถ หากใครที่ต้องใช้รถยนต์เป็นประจำทุกวันหรือนั่งอยู่ในรถนานๆ ก็ยิ่งสูดฝุ่นละอองเข้าไปสะสมภายในร่างกายมากขึ้นเรื่อยๆ อาจจะไม่แสดงผลร้ายให้เห็นในเร็ววัน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งร่างกายของคุณก็จะแสดงออกมาเอง ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้นหลายๆคนก็ต้องทุกข์ทรมานกับโรคภูมิแพ้ และโรคเยื่อบุในระบบทางเดินหายใจเสียแล้ว

โรคจากการติดเชื้อในปอด

หลายคนมักพบซากแมลงตัวเล็กตัวน้อยที่ตายอยู่ในตู้แอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอและไม่ค่อยใส่ใจกับสิ่งเกิดขึ้น เพราะเป็นเรื่องปกติ แต่บอกเลยว่านี่เป็น “อันตรายที่มองไม่เห็นและส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงให้กับร่างกายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารรถยนต์” เพราะนอกจากจะสูดฝุ่นละอองเข้าไปแล้ว คุณยังสูดเอาเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อราต่างๆที่อยู่ในสัตว์เล็กสัตว์น้อยเข้าไปในร่างกายอีกด้วย ส่งผลให้ร่างกายได้รับสารแปลกๆและเชื้อโรคเข้าไป ทำให้มีผลต่ออวัยวะภายในและโรคที่เกิดจากการติดเชื้อในปอดได้

โรคร้ายที่มากับแอร์รถยนต์ที่ไม่สะอาด-1

ผิวหนังอักเสบ / ผิวแห้ง / ผื่นแพ้

แม้แอร์รถยนต์จะช่วยให้คุณคลายร้อนได้ แต่อย่าลืมว่าแอร์รถยนต์ มันแฝงไปด้วยแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อโรคที่มองไม่เห็นอยู่มากมาย ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งสิ้น และในสภาพอากาศเย็นๆภายในรถยนต์ย่อมทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ดีอยู่แล้ว จึงทำให้เชื้อโรคจากทางช่องแอร์มาสัมผัสผิวกายได้มากขึ้น เสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังอักเสบ ผิวแห้ง ผิวแพ้ได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย หากใครที่เป็นโรคดังกล่าว ต้องกลับไปตรวจสอบแอร์รถยนต์ของคุณทันที

ภาวะติดเชื้อ

เป็นที่ยืนยันจากงานวิจัยหลายสำนักแล้วว่า อากาศที่อยู่ภายในรถยนต์เป็นมลพิษมากกว่าอากาศที่อยู่ภายนอก เพราะแอร์รถยนต์จะดูดเอาอากาศจากภายนอกเข้ามาเป็นลมเย็นๆ ไม่ได้มีการถ่ายเทจากที่ไหน เท่ากับว่าร่างกายของคุณเมื่ออยู่ในรถยนต์ที่เปิดแอร์นานๆ ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่ล่องลอยออกมาจากตู้แอร์ มากกว่าคนที่อยู่ภายนอกเสียอีก โดยเฉพาะใครที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและไม่ค่อยชอบออกกำลังกายด้วยแล้ว โอกาสในการติดเชื้อก็ยิ่งมีมากขึ้นกว่าคนทั่วไป

โรคจากเชื้อไวรัส เชื้อราและแบคทีเรีย

ไม่ว่าจะเป็นปวดบวม วัณโรค อีสุกอีใส โรคที่กล่าวมานี้ บางครั้งอาจมีสาเหตุมาจากอากาศที่ผ่านเข้ามาทางช่องแอร์ก็เป็นได้ เพราะในแอร์รถยนต์จะมีเชื้อโรค ไวรัส เชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา อยู่ภายในไม่รู้ตั้งเท่าไร  นอกจากนี้เวลาที่คุณขับรถยนต์และเปิดแอร์ สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ ปิดกระจกรถ ทำให้อากาศไหลเวียนอยู่แค่ภายในรถเท่านั้น เชื้อโรคต่างๆจึงไหลเวียนอยู่ภายในรถยนต์ของคุณ ง่ายต่อการติดเชื้อมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า

โรคติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลัน

เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ลีเจียนแนร์ เป็นเชื้อแบคทีเรียที่พบมากในเครื่องปรับอากาศอย่างแอร์รถยนต์และเครื่องปรับอากาศตามสำนักงาน จะทำให้เกิดอาการเบื่ออาหาร ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ซึ่งผู้ที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียอาจมีไข้ขึ้นประมาณ 38 องศา มีอาการไอแห้งๆหรือบางรายอาจมีอาการท้องร่วงร่วมด้วย แบคทีเรียชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้ดีในที่ๆมีความเย็นและความชื้นอย่างภายในรถยนต์และห้องปรับอากาศ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีอาจเสี่ยงต่อการเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวได้

เห็นโรคภัยที่จะมาเยือนหากคุณไม่ทำความสะอาดแอร์รถยนต์กันไปแล้ว คงไม่มีใครอยากจะประสบกับอาการที่กล่าวมาในข้างต้นแน่นอน ดังนั้น วิธีป้องกันที่ดีและง่ายที่สุดก็คือ การรักษาความสะอาดด้วยการล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน เช่น การล้างตู้แอร์ ซึ่งคุณสามารถใช้บริการร้านล้างแอร์รถยนต์ได้ตามศูนย์ให้บริการแถวๆบ้าน รวมทั้งการดูดฝุ่นภายในรถยนต์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งโดยเฉพาะรถยนต์ที่มีเบาะผ้า เพราะจะมีแบคทีเรียและไรเกาะติดได้ง่ายเป็นพิเศษ

อย่าลืมดูแลรักษาความสะอาดแอร์รถยนต์อย่างสม่ำเสมอ เพราะความสกปรกของแอร์รถยนต์จะส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย หากใครไม่อยากเสียทั้งเงินและเวลาในการรักษาตัว เพราะฉะนั้น คุณก็ควรหมั่นตรวจเช็คความสะอาดและสภาพของรถยนต์ด้วย เพื่อความปลอดภัยของตัวเราและคนที่คุณรัก สุดท้ายนี้ ผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นความรู้และคติเตือนใจต่อผู้ใช้รถทุกคนไม่มากก็น้อย สำหรับบทความหน้าจะนำสาระดีๆอะไรมานำเสนอนั้น อย่าลืมติดตามชม