ประโยชน์ของการล้างแอร์รถยนต์

เข้าสู่เดือนเมษายนที่มีอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดของประเทศไทย เพราะฉะนั้น เราจึงมาเตือนก่อนว่า หากเป็นไปได้ พอมีเวลาตรวจเช็คและล้างแอร์รถยนต์แล้วล่ะก็…ควรรีบทำเสีย เนื่องจากแอร์รถยนต์ก็คล้ายๆแอร์ในบ้านเรา ที่เมื่อผ่านการใช้งานเป็นเวลานานก็ย่อมเกิดการสะสมของฝุ่นละออง แบคทีเรีย คราบสกปรกและการเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา ทำให้ลมเย็นๆที่พัดเข้ามาในรถยนต์นั้นลดลง ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการใช้งาน คงจะทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารหลายท่าน ร้อนอบอ้าวกันไม่น้อย

และเพื่อไม่ให้ตนเองต้องประสบกับปัญหาดังกล่าว จึงควรให้ความสำคัญกับระบบแอร์รถยนต์ให้มากๆ อย่าคิดว่าซื้อรถมาแพง แอร์ก็ต้องมีคุณภาพตามรถยนต์ด้วย บอกเลยว่า คุณคิดผิด เพราะยิ่งใช้งานหนักมากเท่าไร คอมเพลสเซอร์ก็ย่อมทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งไม่ดูแลรักษาด้วยแล้วโอกาสในการเสื่อมสมรรถภาพก็มีมากขึ้น วันไหนที่แอร์ไม่เย็นขึ้นมา วันนั้นแถบจะขับรถไม่ได้กันเลย หากจะเปิดกระจก ควันรถในเมืองก็ไม่น่าอภิรมย์เท่าไร ดังนั้น สิ่งที่ควรทำก็คือ นำแอร์รถยนต์ไปล้างอย่างสม่ำเสมอ ปีละครั้งสองครั้งก็ยังดี

ประโยชน์ของการล้างแอร์รถยนต์-1

โดยการล้างแอร์รถยนต์มีอยู่ด้วยกัน 2 วิธีคือ 1. ล้างแบบไม่ถอดตู้ (ซึ่งผู้เขียนได้เขียนบทความเกี่ยวกับ ข้อดีของการล้างแอร์รถยนต์ด้วยเครื่องโดยไม่ถอดตู้กันไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า, ใช้เวลาน้อยกว่า, ไม่จำเป็นต้องรื้อคอนโซล เป็นต้น ใครที่สนใจสามารถตามอ่านกันได้)

และอีกวิธีหนึ่งคือ การล้างแอร์รถยนต์โดยการถอดตู้แอร์ ซึ่งข้อดีของการใช้วิธีนี้คือ สามารถล้างได้สะอาดหมดจดทุกซอกทุกมุม, ทำให้ทราบถึงอายุในการใช้งานว่าจะสามารถใช้งานได้อีกนานเท่าไร ผู้ขับขี่จึงนำมาเปลี่ยนได้ทันตามกำหนด อย่างไรก็ตาม การล้างแอร์รถยนต์โดยการถอดตู้แอร์ออก ก็มีข้อเสียตามมาอีกเช่นกัน นั่นคือ มีค่าใช้จ่ายสูง, ใช้เวลานาน, ต้องรื้อคอนโซลออก เป็นต้น แต่ทั้ง 2 วิธีนี้ต่างมีประโยชน์ที่เหมือนกัน นั่นคือ

  • ช่วยกรองฝุ่นละอองอันเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่างๆออก โดยเฉพาะใครที่เสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้หรือมีอาการคัดจมูก และต้องขับขี่โดยใช้รถยนต์เป็นประจำ คุณจำเป็นต้องทำความสะอาดแอร์รถยนต์อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ประโยชน์ของการล้างแอร์รถยนต์ยังช่วยไม่ให้คอล์ยเย็นอุดตันจากฝุ่นละอองที่อยู่ในระบบปรับอากาศอีกด้วย
  • อีกทั้งยังช่วยให้ภายในรถยนต์ไม่หมองเร็ว ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากฝุ่นละอองที่ออกมากจากแอร์รถยนต์และแพร่กระจายเกาะติดอยู่ตามกระจกรถ ทำให้ตัวรถดูเก่าและมัวหมอง
  • หลังจากที่มีการล้างแอร์รถยนต์เสร็จสิ้น จะมีการใช้น้ำยาฆ่าเชื้ออีกครั้ง เพื่อความสะอาดหมดจด หายห่วงเรื่องแอร์อุดตัน มีแบคทีเรียและสิ่งสกปรกไปได้เลย
  • สามารถป้องกันเชื้อโรคในคอล์ยเย็นได้ ซึ่งแพทย์บางท่าน โดยเฉพาะแพทย์เฉพาะทางที่รักษาเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ ระบบทางเดินหายใจจะให้ความสำคัญกับการดูแลรักษาความสะอาดของแอร์รถยนต์มาก เพราะความสกปรกจากแอร์รถยนต์นี่แหละ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคภูมิแพ้ / อาการคัดจมูก มาหลายคนแล้ว ใครที่เป็นโรคดังกล่าวหรือมีอาการคัดจมูก ตรวจเช็คแอร์รถยนต์ของคุณด่วน
  • การล้างแอร์รถยนต์จะสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของตู้แอร์หรือคอล์ยเย็นในรถยนต์ไปได้อีกนาน (ประมาณ 2 ปี) แบบนี้ถ้าไม่ทำ บอกเลยว่าพลาดมาก

สุดท้ายนี้ หากถามว่า ในเมื่อมันมีประโยชน์ด้วยกันทั้ง 2 แบบ แล้วควรจะเลือกล้างแอร์รถยนต์แบบไหนมากกว่ากัน

ผู้เขียนขอตอบว่า ตามหลักแล้ว การล้างแอร์รถยนต์แบบถอดตู้ออกมาย่อมสะอาดกว่า แต่…การล้างแบบไม่ถอดตู้แอร์จะช่วยอำนวยความสะดวกและช่วยในเรื่องของการประหยัดเวลาได้มากกว่า แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย จึงขึ้นอยู่กับเจ้าของรถว่าคุณดูแลแอร์รถยนต์ดีพอหรือไม่ หากใครที่ดูแลแอร์รถยนต์เป็นประจำอยู่แล้ว การถอดตู้แอร์ออกมาล้างก็ไม่มีความจำเป็น สามารถล้างโดยไม่ถอดตู้แอร์ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว

ทั้งนี้ หากใครไม่ทราบว่าควรจะล้างแอร์รถยนต์ในช่วงใด คุณสามารถศึกษาได้ตามหนังสือคู่มือที่ให้มาพร้อมกับรถยนต์หรือสอบถามผู้เชี่ยวชาญด้านแอร์รถยนต์ก็ได้ เนื่องจากในระยะทางทุกๆ 20,000 กิโลเมตร คราบสกปรกอาจไม่มากพอที่จะต้องถอดตู้แอร์ออกมาทำความสะอาด  แต่ในทางกลับกัน หากมีการสะสมคราบสกปรกไว้มากและไม่เคยทำความสะอาดเลย จนผู้ขับขี่รู้สึกถึงประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง อาทิ มีฝุ่นละอองอุดตัน แอร์ไม่เย็น ก็สมควรถอดตู้แอร์ออกมาล้างจะดีกว่า ส่วนครั้งต่อไปไม่ต้องถอดมาล้างก็ได้

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับสาระดีๆที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ซึ่งผู้เขียนก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า บทความเรื่องประโยชน์ของการล้างแอร์รถยนต์ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่านไม่มากก็น้อย หากมีข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ สำหรับบทความหน้าจะนำสาระดีๆอะไรมานำเสนอนั้น อย่าลืมติดตามชม รับรองว่ามีประโยชน์แน่นอน