ข้อดีของการล้างแอร์รถยนต์ด้วยเครื่อง โดยไม่ถอดตู้

มีหลายคนถามเข้ามาว่า ควรล้างแอร์รถยนต์ในช่วงไหนดีและควรล้างแบบใด ผู้เขียนขอตอบตรงนี้เลยว่า การล้างแอร์รถยนต์ ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการใช้งานรถยนต์ของแต่ละคน อาทิ สภาพถนนเป็นอย่างไร มีฝุ่นละอองเยอะหรือไม่ ลุยน้ำลุยโคลนมาเยอะหรือเปล่า แต่โดยปกติแล้วควรล้างแอร์รถยนต์ เมื่อคุณใช้งานประมาณ 1 ปีขึ้นไป หรือ ขับรถเป็นระยะทางกว่า 20,000 กิโลเมตร หรือ อาจสังเกตได้จากแอร์ไม่เย็นเหมือนเก่า มีกลิ่นอับ / กลิ่นฝุ่น เป็นต้น ก่อนอื่นมาดูกันก่อนว่า การล้างแอร์รถยนต์ มีอยู่ 4 วิธีด้วยกันคือ

  • ล้างแบบถอดตู้แอร์

การล้างแอร์รถยนต์ด้วยวิธีนี้ จำเป็นต้องรื้อตู้แอร์ออก แล้วเอาคอล์ยเย็นออกมาล้างข้างนอก สำหรับน้ำยาทำความสะอาดก็แตกต่างกันไปแล้วแต่ทางผู้ให้บริการเลือกใช้ ในบางรายอาจใช้โซดาไฟและผงซักฟอก เพราะมีต้นทุนต่ำ แต่ล้างออกยาก ดังนั้น เมื่อผู้ใช้รถเปิดแอร์จะรู้สึกเหมือนมีกลิ่นผงซักฟอก และอาจกัดกร่อนคอล์ยเย็นได้ เมื่อสูดดมเข้าไปจะส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ แสบจมูก แสบตา รวมถึงการถอดตู้แอร์แบบนี้ จะต้องแวคเติมน้ำยาแอร์ใหม่ และเปลี่ยนไดเออร์กับวาล์วความดันด้วย

  • การฉีดสเปร์ยทำความสะอาดตู้แอร์

เป็นวิธีการล้างแอร์รถยนต์ โดยที่ไม่ต้องรื้อตู้ออกมา เพียงฉีดสเปร์ยทำความสะอาดให้ทั่วคอล์ยเย็น คราบน้ำยาทำความสะอาดจะค่อยๆออกมาพร้อมกับน้ำแอร์ตามท่อน้ำทิ้ง อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เหมาะสำหรับแอร์รถยนต์ที่มีความสกปรกไม่มากนักและผ่านการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ หากใครที่อยู่ในเมืองต้องเจอกับมลภาวะที่มีฝุ่นละอองจากควันรถยนต์เป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องฉีดสเปร์ยประมาณ 2 – 3 ครั้งต่อเดือน เลยทีเดียว ส่วนเรื่องราคาสเปร์ยทำความสะอาด บางยี่ห้อมีราคาสูงกว่าการล้างตู้แอร์เสียอีก

การล้างแอร์รถยนต์

  • การใส่ที่กรองแอร์

วิธีนี้ในรถยนต์บางรุ่นไม่สามารถใช้ได้ เพราะกรองแอร์จะทำมาสำหรับรถยนต์ในบางรุ่น บางยี่ห้อเท่านั้น ซึ่งการใส่ที่กรองแอร์จะช่วยกรองฝุ่นละอองที่เข้ามาในช่องแอร์ได้ในระดับหนึ่ง เพียงแต่จะมีอายุการใช้งานประมาณ 5,000 กิโลเมตรเท่านั้นก็ต้องเปลี่ยนอันใหม่แล้ว หากไม่เปลี่ยนจะทำให้ลมผ่านเข้าทางตู้แอร์ไม่สะดวก ส่งผลให้ลมที่ออกมาอ่อนกำลังลงและมีผลต่อคอมแอร์ ส่วนเรื่องราคาที่กรองแอร์ที่มีคุณภาพดีจะมีราคาสูงกว่าการล้างแอร์รถยนต์มาก

  • การล้างแอร์รถยนต์แบบไม่ถอดตู้แอร์

จัดเป็นหนึ่งไฮไลท์เด็ดของบทความในวันนี้ เพราะการล้างแอร์รถยนต์ด้วยวิธีนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการทำสะอาดได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมงเท่านั้น โดยทั่วไป เครื่องล้างตู้แอร์จะกำหนดน้ำยาที่ใช้เฉพาะระบุเอาไว้แล้ว ร้านที่ให้บริการจึงสามารถดำเนินการตามคำแนะนำของบริษัทรถยนต์ได้เลย วิธีนี้มักใช้เครื่องมือพิเศษสำหรับล้างแอร์โดยเฉพาะ เรียกกันว่า “เครื่องล้างตู้แอร์” ซึ่งจะประกอบไปด้วย น้ำยาล้างแอร์, ถังเติมน้ำยาล้างแอร์, น้ำร้อนที่มีอุณหภูมิเหมาะสำหรับสำหรับล้างแอร์รถยนต์, ท่อเป่าลมแห้ง, ท่อดูดน้ำทิ้ง เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีข้อดีอีกมากมายนั่นคือ

  • การล้างแอร์รถยนต์ด้วยเครื่องโดยไม่ถอดตู้จะช่วยให้ไม่ต้องปล่อยน้ำยาแอร์ทิ้ง เพราะการปล่อยน้ำยาแอร์จะทำให้น้ำมันคอมไหลออกมาด้วย อีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องรื้อคอนโทรลออก เพราะการรื้อส่วนต่างๆออกมา อาจทำให้การประกอบกลับเข้าไปใหม่ไม่เหมือนเดิม และยังล้างได้บ่อยๆโดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบรอบปี เพราะมีราคาไม่แพงถูกกว่าการล้างแบบถอดตู้แอร์, การฉีดสเปร์ยทำความสะอาดตู้แอร์และการใส่ที่กรองแอร์ ส่วนใหญ่การล้างแอร์รถยนต์ด้วยเครื่องโดยไม่ถอดตู้จะมีราคาประมาณ 500 – 1,000 บาท
  • การล้างแอร์ด้วยเครื่องจะลดการสะสมของเชื้อโรค แบคทีเรียรวมทั้งสิ่งสกปรกต่างๆที่อยู่ภายในแอร์รถยนต์ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้และป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจไปในตัว แถมยังไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องช่างล้างแอร์จะนำน้ำยาล้างแอร์ที่ไม่มีคุณภาพมาใช้งาน เพราะน้ำยาที่ใช้ในเครื่องล้างแอร์ส่วนใหญ่จะใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่กัดกร่อยตู้แอร์และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ขับขี่อีกด้วย
  • การล้างแอร์ด้วยเครื่อง จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแอร์รถยนต์หรือคอล์ยเย็นในรถได้ แต่ทว่า..ของทุกอย่างเมื่อมีข้อดี ก็ต้องมีข้อเสียเช่นกัน นั่นคือ การล้างแอร์ด้วยเครื่อง ทำให้ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า นอกจากกล้องผ่านจอทีวีเท่านั้น ทำให้ไม่สามารถทราบว่าตู้แอร์มีรอยรั่วหรือไม่ เว้นแต่การถอดตู้แอร์ออกมาล้างเท่านั้น แต่หากนำมาเทียบกับข้อดีของการล้างแอร์รถยนต์ด้วยเครื่องโดยไม่ถอดตู้แล้ว ก็นับว่าคุ้มค่ากับการบำรุงรักษามากเลยทีเดียว

ดังนั้น การทำความสะอาดแอร์รถยนต์ จึงเป็นสิ่งที่ผู้อ่านทุกท่านควรทำ เพราะนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานแอร์รถยนต์ไปได้แล้ว ยังช่วยดูแลสุขภาพของผู้ขับขี่ได้อีกด้วย ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้รถทุกคนไม่มากก็น้อย สำหรับบทความหน้าจะมีสาระน่ารู้ดีๆอะไรมาแนะนำ ห้ามพลาดเด็ดขาด